วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

Hardware และ Software

Hardware และ Software
ฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์ที่จะนำมาประกอบกันเป็น HTPC กันบ้าง โดยฮาร์ดแวร์ที่ใช้กับ HTPC นั้นถ้าจะบอกกันตรงๆ มันก็คืออุปกรณ์ที่ประกอบกันเป็น PC เครื่องหนึ่งดีๆ นี่เอง เพียงแต่ว่าอาจจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยบางอย่างเท่านั้นที่ควรจะพิจารณา

ซีพียูซีพียูถือว่าเป็นปัจจัยหลักของการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีซีพียูออกมาให้เลือกหลายระดับหลายราคาตามจุดประสงค์ของการใช้งาน…ทั้งนี้สำหรับงาน HTPC แล้วนั้นไม่มีความจำเป็นสักเท่าใดนักที่จะต้องใช้งานซีพียูความเร็วสูงๆ เพราะด้วยซอฟแวร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนั้น สามารถลดภาระงานให้ซีพียูมากขึ้น อีกทั้งระดับประสิทธิภาพซีพียูในปัจจุบันก็ไม่ใช่ย่อยๆ เสียด้วยครับ เพราะแม้ระดับราคามันจะไม่กี่พันบาท แต่ความของมั้นนั้นไม่แพ้ซีพียูระดับ Hi-End เลยจะขาดก็แต่เพียงว่าถ้าประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ๆ อาจจะช้าไปบ้างเท่านั้นเอง (ซึ่งในงาน HTPC นั้นแทบจะไม่ต้องประมวลผลอะไร Over ขนาดนั้น

ซีพียู AMD มีดีที่เทคโนโลยีการลดความร้อนแบบใหม่ แถมราคาต่อประสิทธิภาพก็คุ้มค่ามาก
และสำหรับซีพียูที่จะแนะนำในการทำ HTPC ในยุคนี้ ถ้าท่านเน้นเอาถูกมากๆ เราขอแนะนำ AMD Sempron Socket AM2 ความเร็ว 3000+ เป็นอย่างต่ำครับ (หรือ Intel PentiumD 820 2.8GHz Socket 775) ทั้งนี้เพราะด้วยระดับราคาเมื่อเทียบกับลักษณะของงาน (ดูหนัง,ฟังเพลง,เล่นเน็ตฯ) แล้วคุ้มมากครับ (ราคา ณ. วันที่ทำบทความราคาประมาณ 1,8xx บาท สำหรับ AMD และ 3,6xx บาท สำหรับ Intel) ซึ่งนอกจากซีพียูจะถูกแล้วอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับมันไม่ว่าจะเมนบอร์ด, แรมก็ราคาถูกอีกด้วย แต่ถ้าท่านมีงบสูงขึ้นมาอีกนิดและอยากเล่นเกมกับเจ้า HTPC นี้ด้วย เราขอแนะนำซีพียูอีกระดับหนึ่งที่แรงขึ้นมาอีกนิดนั่นคือ AMD Athlon X2 3600+ Socket AM2 ซึ่งเป็นซีพียูแบบ Dual Core ที่ราคาคุ้มมากในปัจจุบัน (ประมาณ 4,5xx บาท) หรือถ้าท่านชอบ Intel ละก็ต้องตัวนี้ครับ Intel Core2 Duo E4300 Socket 775 ราคาอาจจะแพงไปนิด แต่รับรองครับว่ารองรับกับงานแทบทุกอย่างในปัจจุบัน

เมนบอร์ดเมื่อได้ซีพียูที่ชอบแล้วก็มาดูกันต่อที่เมนบอร์ด ซึ่งเมนบอร์ดที่เราจะแนะนำนั้นไม่ต้องเอาแบบหรูสุดกู๋ หรือแรงสุดยอดมากมายนักก็ได้แต่เน้นว่าขอให้มีองค์ประกอบที่เหมาะกับการใช้งานมากกว่า เช่น ควรจะเลือกเมนบอร์ดแบบ Micro ATX ขนาดเล็กเพราะจะได้หาเคสแบบ HTPC ที่ใส่ได้ง่ายกว่า กินไฟน้อย และประหยัดพื้นที่ด้วย อีกทั้งควรจะเลือกแบบที่มีช่องต่อฮาร์ดดิสก์เยอะๆ หน่อย เผื่อนาคตหากมีข้อมมูลมากขึ้นจะได้ซื้อฮาร์ดดิสก์มาต่อพ่วงได้ โดยปัจจุบันนั้นจะเป็นแบบ S-ATA 150 และ S-ATA 300 กันหมดแล้ว แต่จะต่างกันที่บางรุ่นมี 2 พอร์ต บางรุ่นมี 4 พอร์ต ซึ่งที่เหมาะสมควรจะมี 4 พอร์ตขึ้นไป


เมนบอร์ด ASROCK อีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
หรือถ้าจะให้คุ้มสุดๆ กับการเลือกซื้อเมนบอร์ด ควรเลือกแบบที่มีการ์จอใส่มาด้วย (VGA on Board) ซึ่งจะช่วยให้เราเซฟงบประมาณค่าการ์ดจอไปได้มาก…แต่เราขออย่างเดียวครับ การ์ดจอออนบอร์ดที่พ่วงมานั้นควรจะมีพอร์ต S-Video, HDMI อย่างใดอย่างหนึ่งมาด้วย หรือเอาแบบประหยัดสุดก็ขอให้มีพอร์ต DVI มาด้วย
แรมส่วนที่ส่งผลต่อความเร็วในการใช้งานที่ไม่น้อยไปกว่าซีพียูและการ์ดจอก็เจ้าแรมนี่แหละครับ ซึ่งยิ่งมีมากยิ่งดี แต่ทั้งนี้ระบบปฏิบัติการ Windows จะต้องรองรับความจุนั้นๆ ด้วยนะครับ อย่างเช่น Windows XP เป็นต้น ถ้าเราใส่แรมมากกว่า 2 GB จะไม่รู้สึกแล้วครับว่ามันเร็วขึ้นสักเท่าใด แต่ถ้าเราใช้บน Windows Vista แล้วละก็แรม 2 GB นี่เทพไปเลยครับ…เพราะท่านจะรู้สึกได้ทันทีครับว่าเร็วขึ้น ยิ่งถ้าใส่ไป 4 GB เต็มความจุที่เมนบอร์ดจะรับได้ยิ่งจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้น

แรม DDR2 - 667 ขนาดความจุ 1GB ยี่ห้อ AENEON
ทั้งนี้หน่วยความจำที่เหมาะสมกับงาน HTPC นั้นไม่ควรจะต่ำกว่า 512 MB (จะ DDR1 หรือ DDR2 ก็ได้ครับไม่ต่างกันจนชัดเจนในการใช้งานระดับนี้) เนื่องจากถ้าท่านใช้งานบน Windows XP หน่วยความจำท่านจะโดนดึงไปแล้วประมาณ 100 - 150 MB ทำให้เหลือพื้นที่ในการนำโปรแกรมไป RUN บนแรมนั้นน้อยลงไป ส่งผลให้การเปิดโปรแกรมใหญ่ๆ นั้นอืดไปมาก (เช่นโปรแกรมเกี่ยวกับงานกราฟิก) หรือถ้าท่านจะใช้งานบน Windows Vista แรม 512 MB นั้นจะหมดลงทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องขึ้นเพราะ Vista ต้องใช้แรมบางส่วนในการจัดการ Service ของมันเอง ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ 300 - 500 MB ขึ้นไปครับ…สำหรับขนาดแรมที่แนะนำในชั่วโมงนี้ต้อง DDR1 หรือ DDR2 ขนาด 1 GB ครับ (512MB x 2 ) ซึ่งถ้าจะให้ดีที่สุดและรองรับกับ Windows Vista ต้องแรม 2 GB จำนวน 2 แผง Dual Channel กันไปเลยการ์ดจอการ์ดจอถือว่าเป็นหัวใจอันดับสองของ HTPC ก็ว่าได้เพราะถ้าคุณอยากจะได้ภาพสวย ภาพเนียน มีความลื่นไหลในการเล่นเกม หรือดูหนังแล้วสีคมเข้ม สมจริง มันขึ้นอยู่กับการ์ดจอทั้งหมดทั้งสิ้นครับ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ด้วยนะครับ เพราะถึงแม้คุณจะมีจอ LCD ใหญ่ๆ แต่หากขาดการ์ดจอดีๆ ที่จะส่งสัญญาณผ่านพอร์ต Digital ต่างๆ แล้วจอ LCD ของท่านอาจจะด้อยค่าไปเลยทีเดียว

Geforce 7300GT ถือว่าคุ้มมากกับค่าตัวแค่ไม่กี่พันบาท แต่สามารถทำงานระดับ HTPC ได้เป็นอย่างดี


ด้านหลังกล่องระบุว่ารองรับ HDTV

สำหรับการเลือกซื้อการ์ดจอสำหรับงาน HTPC นั้นเน้นครับว่าข้างกล่องต้องระบุว่ารองรับ HDTV และ HDCP ด้วย เพราะภาพยนตร์ความละเอียดสูง Hi Def ต่างๆ จะต้องส่งข้อมูลผ่านพอร์ตแปลกๆ ที่หลายๆ ท่านอาจจะไม่เคยเห็น เช่น พอร์ต HDMI เป็นต้น ซึ่งถ้าตัวการ์ดจอระบุว่ามันรองรับ HDTV แล้วละก็ แสดงว่ามันจะมีพอร์ต HDMI มาให้ หรือถ้าไม่มีมาตัวการ์ดจอเองก็จะมีพอร์ต S-Video พร้อมหัวแปลงเป็น Component มาแทนให้

การ์ดแสดงผล Forsa Geforce 7300GT

ส่วนการ์ดจอที่เหมาะแก่การนำมาทำงาน HTPC ในปัจจุบันนั้นควรจะใช้ชิปกราฟิกตั้งแต่ Geforce 6600 หรือ ATi ซีรีย์ X1000 ขึ้นไป (ขนาดหน่วยความจำไม่ต่ำกว่า 128 MB) ทั้งนี้เพราะชิปกราฟิกรุ่นดังกล่าวล้วนแต่รองรับ HDTV และเทคโนโลยี HDCP แล้วทั้งสิ้นครับ (HDCP Ready)
ฮาร์ดดิสก์การเก็บข้อมูลหนังฟอร์ตแมตแปลกๆ อย่าง Hi Def ในบ้านเรานั้นทุกวันนี้ยังเก็บในรูปแบบของไฟล์กันอยู่เพราะในบ้านเรายังไม่มีแผ่นหรืออุปกรณ์ในการอ่านแผ่น Blu-ray, HD-DVD จำหน่ายกัน ฉะนั้นฮาร์ดดิสก์จึงเป็นอุปกร์ประเภทเดียวครับที่เรายังพอเก็บสื่อพวกนี้ได้ หรือถ้าท่านไม่ได้ดูหนังประเภท Hi Def แต่ชอบบันทึกรายการทีวีไว้รับชมละก็ฮาร์ดดิสก์ยิ่งสำคัญครับ เพราะลำพังจะเก็บไว้บนแผ่น DVD-RW อย่างเดียวนั้นก็เก็บได้อย่างมาก 4 - 6 ชั่วโมง เท่านั้นเอง

ฮาร์ดดิสก์ฮิตาชิขนาดความจุ 320 GB

ซึ่งฮาร์ดดิสก์ขนาดที่เหมาะสมกับงานแนวนี้ควรจะมีขนาดใหญ่สักนิดหนึ่งครับ อย่างน้อยๆ ก็ควรจะ 320 GB ขึ้นไป เพราะลำพังหนัง Hi Def เรื่องหนึ่งก็ปาไป 20 - 50 GB เข้าไปแล้วครับ (ถ้าท่านนิยมดูดหนังจาก บิตด้วยละก็ฮาร์ดดิสก์เท่าไหร่ก็ไม่พอ) ส่วนความเร็วรอบนั้นที่นิยมกันก็จะเป็น 7200 RPM ขนาด Buffer 16 MB และควรจะใช้พอร์ตเชื่อมต่อ S-ATA II จะดีมากครับ
DVD-RWจะดูหนังจะฟังเพลงเราก็ล้วนแต่อาศัยสื่อที่เป็น Optical ทั้งนั้นนะครับ ถึงแม้ ณ. วันที่ทำบทความอยู่นี้ไดร์ฟ Blu-ray และ HD-DVD สำหรับ PC จะมีจำหน่ายกันบ้างแล้ว (แต่ยังแพงอยู่) แต่นั้นก็ใช่ว่า DVD มันจะหายไปเสียทันทีทันใดเพราะอย่างไรเสียเวลานี้เราก็ดู DVD เป็นหลักอยู่แล้ว
DVD-RW ยี่ห้อ ASUS บางรุ่นเปลี่ยนมาใช้พอร์ S-ATA แล้ว

ฉะนั้นไดร์ฟที่จะมาเล่นสื่อพวกนี้ก็ยังคงเป็นไดร์ฟ DVD-RW เช่นเดิม ซึ่งการเลือกซื้อไดร์ฟเหล่านี้นั้นก็ไม่มีกฏอะไรตายตัวนักเอาเป็นว่าขอให้รองรับกับแผ่น DVD ให้หลากหลายฟอร์แมตมากที่สุด มีความเร็วในการเขียนไม่ต่ำกว่า 16x (ปัจจุบันพัฒนาไป 18x กันบ้างแล้ว แต่แผ่น 18x หาซื้อยาก)
Sound Cardเมื่อการแสดงผลออกมาดีแล้วการรับฟังก็ต้องเหมาะสมด้วย ซึ่งอันนี้จะเป็นหน้าที่ของ Sound Card หรือส่วนที่ประมวลผลด้านเสียงที่ปัจจุบันเมนบอร์ดแทบทุกยี่ห้อจะรองรับมาตรฐาน 5.1 กันหมดแล้ว ฉะนั้นถ้าท่านไม่ใส่ใจกับการรับฟังมากนัก Sound on Board ก็สามารถตอบสนองกับภาพยนตร์ที่บันทึกมาแบบ 5.1 ได้อย่างสมบูรณ์ครับ แต่หากท่านมีเครื่องเสียงชุดใหญ่ (Home Theater) และใส่ใจกับรายละเอียดของเสียงแล้วละก็ต้องหันมาเพิ่ม Sound Card ดีๆ สักตัวเพิ่มเข้าไปครับ ซึ่งรุ่นที่หลายๆ คนในวงการนักฟังเพลงนิยมกันส่วนมากจะเป็นของ Creative X-FI Platinum ซึ่งนอกจากจะให้เสียงที่สะอาด สมจริงแล้ว มันยังจะมีอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับใช้ปรับแต่งเสียงมาให้ด้านหน้าเคสด้วย หรือถ้าสู้ราคาไม่ไหวท่านอาจจะลดลงมาเล่นตัว Creative X-FI Extrem Music ก็ได้ครับ ซึ่งจะให้รายละเอียดของเสียงที่เหนือกว่า Sound on Bord อยู่มากทีเดียว
Case เคสหรือตัวถังคอมพิวเตอร์ที่จะใส่อุปกรณ์ต่างๆ ลงไป…ถ้าท่านคิดว่าจะใช้งานเป็น PC เสียเป็นส่วนใหญ่ ท่านก็อาจจะใช้เคส Tower ทั่วไปก็ได้ครับ เพราะหาซื้อง่าย ราคาถูก และเอนกประสงค์ด้วย แต่ถ้าตั้งใจว่าจะเอามาทำ HTPC ไว้ดูหนัง ฟังเพลง จริงๆ จังๆ และวางในชั้นวาง TV เลยละก็คงจะต้องเลือกเคสแบบแนวนอนครับ ซึ่งปัจจุบันมีการทำออกมาขายเป็นกิจลักษณะมากขึ้น แต่ระดับราคานั้นอาจจะแพงไปสักเล็กน้อย

เคส Lian-Li มีรูปทรงที่เหมาะสมกับการนำมาทำ HTPC ขนาดใหญ่

และก่อนการเลือกซื้อเคสแนวนอนพวกนี้ท่านต้องดูด้วยนะครับว่าเมนบอร์ดที่เราจะใช้นั้นเป็นแบบ ATX ใหญ่ๆ เลยหรือเป็นแค่ Micro ATX ขนาดเล็ก เพราะเคสที่เป็นแนวนอนนั้นภายในตัวเคสจะค่อนข้างจำกัด ฉะนั้นถ้าเราเลือกเมนบอร์ดขนาดไม่เหมาะสมมาใส่จะทำให้การติดตั้งนั้นมีปัญหาได้



เคสแบบนอนที่นิยมนำมาทำ HTPC ซึ่งในบางรุ่นมีรีโมทแถมมาให้ด้วย

เคสยี่ห้อ Thermaltake
ถัดมาให้ดูเรื่องการระบายอากาศครับ เพราะในการใช้งานจริงๆ นั้นเราต้องเปิดเครื่องติดต่อกันนานหลายชั่วโมง และถ้าไม่มีการระบายอากาศที่ดีจะทำให้ HTPC ของท่านจอฟ้าได้แบบไม่ต้องสงสัยเลย ซึ่งการตรวจดูระบบระบายอากาศนั้นให้สังเกตดูที่ตัวเคสครับว่ามีช่องระบายอากาศเยอะใหม มีพัดลมดูดอากาศเข้า-ออกหรือเปล่า ซึ่งอย่างน้อยๆ ควรมีพัดลมด้านหน้าเคสสักตัวก็ยังดีครับ สุดท้ายให้ดูว่าจำนวนช่องที่ใส่ฮาร์ดดิสก์ภายในเคสนั้นมีมากพอที่คุณต้องการใส่ ฮาร์ดดิสก์จำนวนมากของท่านด้วยหรือไม่ ซึ่งอย่างน้อยๆ ควรจะใส่ได้ 2 ตัว ขึ้นไป Software สำหรับใช้งานร่วมกับ HTPCซอฟแวร์คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกับการใช้งาน HTPC เพราะหากขาดมันไป HTPC ก็เป็นได้เพียงกระป๋องโลหะไร้ค่าเท่านั้นเอง โดยโปรแกรมที่ใช้งานกับ HTPC นั้นส่วนมากแล้วจะโปรแกรมเพื่อความบันเทิงเสียมากกว่าไม่ว่าจะโปรแกรมดูรูปภาพธรรมดาๆ , โปรแกรมฟังเพลง , โปรแกรมดูหนัง ซึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมในงานแบบนี้เราสรุปออกมาได้ดังนี้ครับโปรแกรมดูภาพ โปรแกรมพื้นฐานที่สุดที่นิยมใช้กันในงาน HTPC คือการชมรูปภาพจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งในบ้านเราจะนิยมโปรแกรม ACDSee มากที่สุดเพราะมีฟังก์ชันการใช้งานที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะการแสดงผลแบบ Slide หรือจะดูที่ละภาพก็ตาม อีกทั้งเรายังสามารถตัดต่อ ตัดแต่งภาพ เหล่านั้นในโปรแกรมได้ในตัวอีกด้วย (ท่านสามารถสั่งซื้อโปรแกรมนี้ได้ที่ http://www.acdsee.com/) หรือถ้าท่านไม่อยากเสียตังกับโปรแกรมหมูๆ แบบนี้ใน WIndows XP และ Vista ก็มี Software พวกนี้มาให้ครับ นั่นคือโปรแกรม Windows Picture and Fax และ Windows Photo Gallery
ตัวอย่างโปรแกรม ACDSee

โปรแกรมฟังเพลงสำหรับโปรแกรมฟังเพลงที่เป็นยอดนิยมในกลุ่ม HTPC นั้นจะมีอยู่สองสามโปรแกรมครับ นั่นคือ WinAMP , Windows Media Player และ ITunes ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้รองรับไฟล์แทบทุกฟอร์แมตอยู่แล้ว จะต่างกันก็เพียงลูกเล่นเสียมากกว่า ซึ่งถ้าถามว่าใครเสียงดีกว่ากันนั้น อันนี้คงจะวัดกันลำบากครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์ในการสังเคราะห์เสียงอยู่ดี (Sound Card ดีเสียงก็ดีไปด้วยตัวซอฟแวร์เป็นแค่ตัวเสริม)
โปรแกรม Windows Media Player ครบเรื่องบันเทิง

โปรแกรมดูหนังสุดท้ายกับโปรแกรมที่เรียกได้ว่าถ้าขาดไปแล้ว HTPC อาจจะด้อยค่าลงไปเลย คือ โปรแกรมสำหรับดูหนัง ซึ่งมีทั้งแบบ Free Ware และแบบที่ต้องเสียตังซื้อนะครับ โดยถ้าเป็นแบบเสียตังซื้ออาจจะได้อะไรๆ ที่เยอะกว่านิดหน่อย (อำนวยความสะดวกในการใช้งาน) เช่น โปรแกรม PowerDVD และ WinDVD เป็นต้น โดยทั้งสองโปรแกรมนี้ปัจจุบันหันมารองรับภาพยนตร์ Hi Def กันหมดแล้ว
Power DVD เวอร์ชัน 7.3 ขึ้นไปรองรับ HD-DVD และ Blu-Ray แล้ว

K-Lite Codec Pack จะใช้หน้าจอของโปรแกรม Media Player Classic ในการแสดงผล

แต่สำหรับท่านที่ไม่อยากเสียตังละก็เราก็มีของดี…แต่อาจจะใช้ยากนีสหนึ่งอย่างเช่นโปรแกรม K-Lite Codec Pack เป็นต้น ที่รองรับหนัง Hi Def เช่นกัน แถมเป็นของฟรีที่มีปลั๊กอิน ให้เลือกใส่เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับโปรแกรมได้อีกด้วยหรือถ้าจะให้ถูกจุใจใส่มากับ Windows ฟรีๆ เลยก็ต้องนี่เลยครับ Windows Media Player และ Windows Media Center ซึ่งมันทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือจะฟังวิทยุออนไลน์ก็ยังได้

โปรแกรม Windows Media Center เหมาะมากกับการนำมาใช้กับ HTPC

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น